บัญชี

ค่าเสื่อมราคา SME - วิธีเส้นตรง vs อัตราเร่ง สิทธิหัก 2 เท่า ตารางอายุสินทรัพย์

ทีมงาน MoneyTool 4u
อัปเดตเมื่อ: 2026-05-15

ค่าเสื่อมราคาคืออะไร วิธีคำนวณแบบเส้นตรง (Straight Line) และอัตราเร่ง (Declining Balance) ตารางอายุใช้งานสินทรัพย์ตามสรรพากร SME หักค่าเสื่อม 2 เท่าได้เมื่อไร พร้อมตัวอย่างคำนวณเปรียบเทียบ

ค่าเสื่อมราคาคืออะไร

ค่าเสื่อมราคา (Depreciation) คือการทยอยตัดต้นทุนสินทรัพย์ถาวรเป็นค่าใช้จ่ายในแต่ละปี ตามอายุการใช้งานจริง แทนที่จะบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนในปีที่ซื้อ

สมมติธุรกิจซื้อเครื่องจักร 1,000,000 บาท อายุใช้งาน 5 ปี แทนที่จะลงค่าใช้จ่าย 1 ล้านในปีเดียว กรมสรรพากรให้ทยอยลงปีละ 200,000 บาท เป็นเวลา 5 ปี

ทำไมต้องรู้เรื่องค่าเสื่อมราคา

  • ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษี ยิ่งหักค่าเสื่อมได้มาก กำไรสุทธิยิ่งน้อย ภาษีที่ต้องจ่ายก็น้อยลง
  • เจ้าของธุรกิจ SME ที่รู้จักวางแผนค่าเสื่อม สามารถประหยัดภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย
  • กรมสรรพากรมีกฎชัดเจนว่าสินทรัพย์แต่ละประเภทหักค่าเสื่อมได้กี่ปี ต้องใช้วิธีไหน

อายุการใช้งานสินทรัพย์ตามกรมสรรพากร

ประเภทสินทรัพย์อายุใช้งานขั้นต่ำ (ปี)อัตราค่าเสื่อมสูงสุด (%/ปี)
อาคาร สิ่งปลูกสร้าง (ถาวร)205%
อาคาร สิ่งปลูกสร้าง (ชั่วคราว)520%
ต้นทุนเพื่อการได้มาซึ่งสิทธิการเช่าตามอายุสัญญาเช่าตามอายุสัญญา
ต้นทุนเพื่อการได้มาซึ่งแหล่งทรัพยากร520%
เครื่องจักรและอุปกรณ์520%
คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์333.33%
ยานพาหนะ (รถยนต์โดยสาร)520%
เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน520%
โปรแกรมคอมพิวเตอร์ (ลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์)333.33%
ยานพาหนะ: รถยนต์โดยสารไม่เกิน 10 ที่นั่ง สรรพากรจำกัดต้นทุนที่ใช้คำนวณค่าเสื่อมไว้ที่ 1,000,000 บาท ดังนั้นแม้ซื้อรถ 2,000,000 บาท ก็หักค่าเสื่อมได้สูงสุดปีละ 200,000 บาท (1,000,000 / 5 ปี)

วิธีเส้นตรง (Straight Line Method)

วิธีที่ง่ายที่สุดและใช้บ่อยที่สุด คำนวณค่าเสื่อมเท่ากันทุกปีตลอดอายุใช้งาน

ค่าเสื่อมต่อปี = (ต้นทุนสินทรัพย์ - มูลค่าซาก) / อายุใช้งาน

ตัวอย่าง: ซื้อเครื่องจักร 500,000 บาท อายุใช้งาน 5 ปี มูลค่าซาก 0 บาท

ปีที่ค่าเสื่อมราคา (บาท)ค่าเสื่อมสะสม (บาท)มูลค่าตามบัญชี (บาท)
1100,000100,000400,000
2100,000200,000300,000
3100,000300,000200,000
4100,000400,000100,000
5100,000500,0000

วิธีอัตราเร่ง (Declining Balance Method)

คำนวณค่าเสื่อมจากมูลค่าตามบัญชี (ไม่ใช่ต้นทุนเดิม) ทำให้ค่าเสื่อมสูงในปีแรก ๆ แล้วลดลงเรื่อย ๆ

ค่าเสื่อมต่อปี = มูลค่าตามบัญชีต้นปี x อัตราค่าเสื่อม

อัตราที่ใช้มักเป็น Double Declining Balance (DDB) คือ 2 เท่าของอัตราเส้นตรง

ตัวอย่าง: ซื้อเครื่องจักร 500,000 บาท อายุ 5 ปี DDB อัตรา 40% (2 x 20%)

ปีที่มูลค่าต้นปี (บาท)ค่าเสื่อม 40% (บาท)มูลค่าปลายปี (บาท)
1500,000200,000300,000
2300,000120,000180,000
3180,00072,000108,000
4108,00043,20064,800
564,80064,8000

ปีสุดท้ายหักส่วนที่เหลือทั้งหมด มูลค่าซาก 0 บาท

เปรียบเทียบ 2 วิธี

ปีที่เส้นตรง (บาท)อัตราเร่ง DDB (บาท)ส่วนต่าง (บาท)
1100,000200,000+100,000
2100,000120,000+20,000
3100,00072,000-28,000
4100,00043,200-56,800
5100,00064,800-35,200
รวม500,000500,0000

ค่าเสื่อมรวมทั้ง 2 วิธีเท่ากัน (500,000 บาท) แต่อัตราเร่งหักค่าใช้จ่ายหนักในปีแรก ๆ ทำให้ประหยัดภาษีในช่วงต้นได้มากกว่า

เลือกวิธีไหนดี

สถานการณ์วิธีที่เหมาะเหตุผล
ธุรกิจช่วงเริ่มต้น กำไรน้อยเส้นตรงกระจายค่าใช้จ่ายสม่ำเสมอ ภาษีไม่ผันผวน
ธุรกิจกำไรดี ต้องการลดภาษีปีนี้อัตราเร่งหักค่าเสื่อมมากในปีแรก ประหยัดภาษีทันที
สินทรัพย์เสื่อมค่าเร็ว (คอมพิวเตอร์)อัตราเร่งสะท้อนมูลค่าจริงของสินทรัพย์ได้ดีกว่า
ไม่แน่ใจเส้นตรงง่าย ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับทั่วไป

สิทธิหักค่าเสื่อม 2 เท่า สำหรับ SME

รัฐบาลมีมาตรการให้ SME สามารถหักค่าเสื่อมราคาได้ 2 เท่า สำหรับสินทรัพย์บางประเภท เพื่อส่งเสริมการลงทุน

เงื่อนไข SME ที่ได้สิทธิ

  • เป็นนิติบุคคลที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี
  • มีสินทรัพย์ถาวร (ไม่รวมที่ดิน) ไม่เกิน 200 ล้านบาท
  • มีพนักงานไม่เกิน 200 คน

สินทรัพย์ที่หัก 2 เท่าได้

  • คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ - หักค่าเสื่อมได้ 2 เท่าของอัตราปกติ (จาก 33.33% เป็น 66.67%)
  • เครื่องจักรและอุปกรณ์ - ตามมาตรการที่ประกาศในแต่ละปี ต้องตรวจสอบประกาศกรมสรรพากร

ตัวอย่าง: SME ซื้อคอมพิวเตอร์ 90,000 บาท (หัก 2 เท่า)

ปีที่ค่าเสื่อมปกติ (บาท)ค่าเสื่อม 2 เท่า (บาท)
130,00060,000
230,00030,000
330,0000
รวม90,00090,000

หัก 2 เท่า ตัดค่าเสื่อมหมดในปีที่ 2 แทนที่จะเป็นปีที่ 3 ช่วยลดภาษีเร็วขึ้น

ข้อควรระวัง

  • ค่าเสื่อมราคาเป็นค่าใช้จ่ายทางบัญชีและภาษี ไม่ใช่เงินสดจ่ายออก เงินสดจ่ายออกจริงคือตอนซื้อสินทรัพย์
  • ที่ดินไม่คิดค่าเสื่อมราคา เพราะไม่เสื่อมค่าตามเวลา
  • สินทรัพย์ที่ตัดค่าเสื่อมหมดแล้วแต่ยังใช้งานได้ ไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมเพิ่ม
  • เมื่อขายหรือทิ้งสินทรัพย์ ต้องบันทึกกำไรหรือขาดทุนจากการจำหน่าย ซึ่งมีผลทางภาษี
  • ต้องเก็บหลักฐานการซื้อ ใบกำกับภาษี สัญญาซื้อขาย เพื่อรองรับการตรวจสอบจากสรรพากร

สรุป

ค่าเสื่อมราคาเป็นเครื่องมือวางแผนภาษีที่สำคัญสำหรับธุรกิจ SME การเลือกวิธีคำนวณที่เหมาะสมและใช้สิทธิ์หัก 2 เท่าเมื่อมีสิทธิ์ สามารถประหยัดภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ ข้อมูลสิทธิ์ SME ควรตรวจสอบกับประกาศกรมสรรพากรล่าสุดที่ rd.go.th เพราะมาตรการอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นและเป็นแนวทางทั่วไป กฎเกณฑ์และอัตราต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนตัดสินใจ