ธุรกิจ & ขายออนไลน์

วิธีตั้งราคาขายของออนไลน์ Shopee Lazada TikTok Thaimart หักค่าธรรมเนียมแล้วเหลือเท่าไหร่?

ทีมงาน MoneyTool 4u
อัปเดตเมื่อ: 2026-07-19

รู้ทันค่าธรรมเนียมแฝงของการขายของออนไลน์ ทั้ง Shopee, Lazada, TikTok Shop, LINE Shopping และช่องทางใหม่ Thaimart พร้อมสอนวิธีคำนวณต้นทุนและตั้งราคาขายยังไงไม่ให้ขาดทุน

ค่าธรรมเนียม Shopee Lazada TikTok Thaimart หักกี่เปอร์เซ็นต์? (อัปเดตล่าสุด)

ข้อสรุปสั้นๆ: ค่าธรรมเนียมขายของออนไลน์โดยเฉลี่ยในปัจจุบัน ของ Shopee และ Lazada จะอยู่ที่ประมาณ 10-15% ในขณะที่ TikTok Shop จะสูงกว่าเล็กน้อยราวๆ 12-18% (รวมค่าคอมมิชชันและค่าธุรกรรม) ส่วนช่องทางที่หักค่าธรรมเนียมน้อยที่สุดคือ LINE Shopping (3-5%) และแอปน้องใหม่ Thaimart (0-3%)

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์มือใหม่มักจะตกหลุมพรางของการตั้งราคา เพราะคิดแค่ต้นทุนสินค้า แต่ลืมบวก "ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม" ซึ่งในปัจจุบันแต่ละแอปพลิเคชันมีการเก็บค่า GP (Gross Profit), ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม, และค่าโปรแกรมส่งเสริมการขายที่แตกต่างกันอย่างมาก หากตั้งราคาไม่เผื่อค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ต่อให้ขายดีแค่ไหนก็อาจจะขาดทุนหรือ "เหนื่อยฟรี" ได้ครับ

มาดูกันว่า แพลตฟอร์มยอดฮิตในไทย มีเรทค่าธรรมเนียมที่ผู้ขายต้องแบกรับโดยเฉลี่ยประมาณเท่าไหร่บ้าง (อัปเดตล่าสุด)

สรุปเรทค่าธรรมเนียม Shopee, Lazada, TikTok, Thaimart และอื่นๆ (โดยประมาณ)

แพลตฟอร์ม ค่าธรรมเนียมโดยเฉลี่ย (%) จุดเด่น / ข้อควรระวัง
Shopee (Non-Mall) 10% - 15% มีโปรโมชั่นเยอะมาก แต่ถ้าเข้าร่วมโปรแกรมส่งฟรีหรือ Coin Cashback ค่าธรรมเนียมจะพุ่งสูงขึ้น
Lazada (Non-LazMall) 10% - 15% คล้ายกับ Shopee มีค่าคอมมิชชันและค่าธรรมเนียมการชำระเงิน ต้องระวังโปรแกรมพิเศษที่หัก% เพิ่ม
TikTok Shop 12% - 18% มาแรงที่สุดในตอนนี้ แต่ค่าธรรมเนียมโดยรวมค่อนข้างสูง (มีค่าคอมมิชชัน, ค่าธุรกรรม, ค่าธรรมเนียมออเดอร์)
LINE Shopping 3% - 5% ค่าธรรมเนียมถูกที่สุดในกลุ่มแอปแชท เหมาะสำหรับร้านที่มีฐานลูกค้าอยู่แล้ว (หักเฉพาะค่าธุรกรรมผ่าน Rabbit LINE Pay หรือบัตรเครดิต)
Thaimart 0% - 3% ช่องทางใหม่ที่เน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการไทย ค่าธรรมเนียมถูกมากหรือแทบไม่มีเลยในบางแคมเปญ
Facebook / IG (ขายตรง) ไม่มีหัก % (แต่เสียค่าแอด) ลูกค้าโอนตรงเข้าบัญชี ไม่เสียค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม แต่อาจต้องเสียค่าโฆษณา (Ads) ในการหาลูกค้าแทน

หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นเพียงตัวเลขประมาณการ ค่าธรรมเนียมจริงอาจเปลี่ยนแปลงตามหมวดหมู่สินค้าและการเข้าร่วมโปรแกรมส่งเสริมการขายของแต่ละร้าน

ตั้งราคาขายออนไลน์เท่าไหร่ดี? สูตรคิดราคาไม่ให้ขาดทุน

หากคุณกำลังสงสัยว่า "ตั้งราคาขายออนไลน์เท่าไหร่ดี ถึงจะได้กำไรตามที่หวัง และไม่โดนค่าธรรมเนียมกินทุน?" หลักการที่ถูกต้องคือต้องเอา "ต้นทุนทุกอย่าง" มากองรวมกันก่อนครับ

  • ต้นทุนสินค้า (Product Cost): ราคาของที่รับมา หรือค่าวัตถุดิบ
  • ต้นทุนผันแปร (Variable Cost): ค่ากล่องพัสดุ, ค่ากันกระแทก, ค่าเทปกาว, ค่าส่ง (ถ้าฟรีค่าส่งให้ลูกค้า)
  • ต้นทุนคงที่แฝง (Fixed Cost): ค่าเช่าที่เก็บของ, ค่าโฆษณาเฉลี่ยต่อชิ้น, ค่าแรงตัวเราเอง
  • ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม (Platform Fee): เปอร์เซ็นต์ที่แอปหักจาก "ราคาขาย" (ย้ำว่าหักจากราคาขาย ไม่ใช่ต้นทุน)

สูตรการตั้งราคาขายสินค้าออนไลน์

ราคาขาย = (ต้นทุนสินค้า + ต้นทุนแฝงอื่นๆ + กำไรที่ต้องการ) / (1 - %ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม)

สูตรนี้จะช่วยคำนวณย้อนกลับ (Reverse Calculation) เพื่อหาว่าเราต้องตั้งราคาหน้าเว็บเท่าไหร่ เมื่อโดนแอปพลิเคชันหัก % ออกไปแล้ว เราจะได้เงินโอนเข้าบัญชีเหลือเท่ากับ "ต้นทุน + กำไร" ที่เราต้องการพอดี

เครื่องมือคำนวณราคาขายสินค้าออนไลน์ (ฟรี)

การนั่งกดสูตรคำนวณเองสำหรับสินค้าทุกชิ้นและทุกแพลตฟอร์ม เป็นเรื่องที่ปวดหัวและเสียเวลามาก แถมยังมีโอกาสคำนวณพลาดแล้วขาดทุนแบบไม่รู้ตัว

เราขอแนะนำให้ใช้เครื่องมือ "คำนวณราคาขายสินค้าออนไลน์" บนเว็บไซต์ของเราครับ เพียงแค่คุณ:

  • กรอกต้นทุนสินค้า และ ค่ากล่องพัสดุ
  • เลือกแพลตฟอร์มที่คุณใช้ขาย (เช่น Shopee, TikTok, Thaimart) พร้อมใส่เปอร์เซ็นต์ค่าธรรมเนียม
  • ใส่กำไรที่คุณอยากได้ (เช่น อยากได้ชิ้นละ 50 บาท หรือกำไร 30%)

ระบบจะ "คำนวณราคาขายสุทธิ" ที่คุณต้องไปตั้งหน้าแอปฯ ให้อัตโนมัติ พร้อมเปรียบเทียบให้ดูว่า ถ้าตั้งราคาเท่ากัน ขายแอปไหนได้กำไรเยอะที่สุด แถมยังมีระบบจำลองยอดขาย (Break-even Analysis) ให้ดูด้วยว่าต้องขายกี่ชิ้นถึงจะคุ้มทุนค่าโฆษณา!

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นและเป็นแนวทางทั่วไป กฎเกณฑ์และอัตราต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนตัดสินใจ