ออมและลงทุน

วางแผนเกษียณ - ต้องมีเงินเท่าไรถึงพอ สูตรคำนวณ ตัวอย่างตามช่วงอายุ

ทีมงาน MoneyTool 4u
อัปเดตเมื่อ: 2026-04-01

คำนวณว่าต้องมีเงินเท่าไรเมื่อเกษียณ พร้อมสูตรคำนวณเงินออมรายเดือน ตารางเปรียบเทียบตามช่วงอายุ แหล่งเงินหลังเกษียณในไทย ทั้งประกันสังคม PVD RMF กอช. และเงินออมส่วนตัว รวมถึงผลกระทบของเงินเฟ้อ

ทำไมต้องวางแผนเกษียณตั้งแต่ตอนนี้

คนไทยมีอายุขัยเฉลี่ยประมาณ 77 ปี (ข้อมูลสำนักงานสถิติแห่งชาติ) ถ้าเกษียณตอนอายุ 60 ปี ต้องดูแลตัวเองอีกอย่างน้อย 17 ปี โดยไม่มีเงินเดือน ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นตามอายุ ค่าครองชีพก็ไม่ได้ลดลง ถ้าไม่ได้เตรียมเงินไว้ ช่วงบั้นปลายจะลำบาก

ขั้นตอนที่ 1 - ประเมินค่าใช้จ่ายหลังเกษียณ

นักวางแผนการเงินส่วนใหญ่แนะนำว่าค่าใช้จ่ายหลังเกษียณอยู่ที่ประมาณ 70-80% ของค่าใช้จ่ายก่อนเกษียณ เพราะค่าใช้จ่ายบางอย่างหายไป เช่น ค่าเดินทางไปทำงาน ค่าเครื่องแต่งกาย เงินออม แต่ค่ารักษาพยาบาลและค่ายามักเพิ่มขึ้น

ตัวอย่างประเมินค่าใช้จ่ายรายเดือนหลังเกษียณ

รายการประมาณการ (บาท/เดือน)
ค่าอาหารและของใช้10,000
ค่าที่อยู่อาศัย (ผ่อนหมดแล้ว) ค่าส่วนกลาง ซ่อมบำรุง3,000
ค่าสาธารณูปโภค (ไฟ น้ำ อินเทอร์เน็ต)2,500
ค่ารักษาพยาบาลและยา5,000
ค่าเดินทางและนันทนาการ4,000
ค่าประกันสุขภาพ3,000
อื่น ๆ (ทำบุญ ให้ลูกหลาน)2,500
รวม30,000

ขั้นตอนที่ 2 - คำนวณเงินก้อนที่ต้องมีตอนเกษียณ

สูตรพื้นฐาน

เงินที่ต้องการ = ค่าใช้จ่ายรายเดือน x 12 x จำนวนปีหลังเกษียณ

จากตัวอย่าง ค่าใช้จ่าย 30,000 บาท/เดือน อายุขัย 80 ปี เกษียณ 60 ปี

เงินที่ต้องการ = 30,000 x 12 x 20 = 7,200,000 บาท

แต่ยังไม่รวมเงินเฟ้อ: ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี ค่าใช้จ่ายจริงจะสูงขึ้นทุกปี เงิน 30,000 บาทวันนี้จะมีกำลังซื้อเท่ากับเงินประมาณ 54,000 บาทในอีก 20 ปี ดังนั้นเงินก้อนจริงที่ต้องมีอาจสูงถึง 10-12 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับอัตราเงินเฟ้อและผลตอบแทนจากการลงทุนระหว่างเกษียณ

ตารางเงินเกษียณที่ต้องการ ตามค่าใช้จ่ายรายเดือน

ค่าใช้จ่าย/เดือน (บาท)เกษียณ 20 ปี (ไม่รวมเงินเฟ้อ)เกษียณ 20 ปี (เงินเฟ้อ 3%)
15,0003,600,0004,800,000
20,0004,800,0006,400,000
30,0007,200,0009,600,000
40,0009,600,00012,800,000
50,00012,000,00016,000,000

ตัวเลข "รวมเงินเฟ้อ" เป็นการประมาณโดยใช้ค่าเฉลี่ย ตัวเลขจริงจะขึ้นอยู่กับอัตราเงินเฟ้อในแต่ละปี

ขั้นตอนที่ 3 - หักแหล่งเงินเกษียณอื่น ๆ ออก

ก่อนจะรู้ว่าต้องออมเพิ่มเท่าไร ต้องหักแหล่งเงินที่จะได้รับหลังเกษียณออกก่อน

ประกันสังคม กรณีชราภาพ

ผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ส่งเงินสมทบครบ 180 เดือน (15 ปี) ขึ้นไป จะได้รับเงินบำนาญรายเดือน คำนวณจาก 20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย บวก 1.5% สำหรับทุก ๆ 12 เดือนที่ส่งเกิน 180 เดือน

ตัวอย่าง: ส่งสมทบ 25 ปี (300 เดือน) ค่าจ้างเฉลี่ย 15,000 บาท (เพดาน)

บำนาญ = 15,000 x (20% + (1.5% x 10)) = 15,000 x 35% = 5,250 บาท/เดือน

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)

เงินที่หักจากเงินเดือนและนายจ้างสมทบ ตัวอย่าง สมทบฝั่งลูกจ้าง 5% ของเงินเดือน 50,000 บาท เป็นเวลา 25 ปี ที่ผลตอบแทนเฉลี่ย 5% ต่อปี จะได้เงินก้อนประมาณ 2,400,000 บาท

RMF - กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ

ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 30% ของเงินได้ไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับ PVD) ถือจนอายุ 55 ปีขึ้นไป

กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.)

สำหรับผู้ที่ไม่มี PVD หรือ กบข. สมทบได้สูงสุด 13,200 บาท/ปี รัฐสมทบให้เพิ่มตามช่วงอายุ

ขั้นตอนที่ 4 - คำนวณเงินออมรายเดือน

หลังจากรู้ว่าต้องมีเงินเท่าไรและจะได้รับจากแหล่งอื่นเท่าไร ส่วนที่ขาดคือจำนวนที่ต้องออมเอง

สูตร: จำนวนเงินออมต่อเดือน = เงินที่ต้องการ / ((((1 + อัตราผลตอบแทนรายเดือน) ยกกำลังจำนวนเดือน) - 1) / อัตราผลตอบแทนรายเดือน)

ตารางเงินออมรายเดือน เป้าหมาย 10 ล้านบาท (ผลตอบแทน 7% ต่อปี)

อายุที่เริ่มออมปีที่ออมออมต่อเดือน (บาท)เงินที่ลงไปจริง (บาท)ดอกเบี้ยที่ได้ (บาท)
25 ปี355,5002,310,0007,690,000
30 ปี308,2002,952,0007,048,000
35 ปี2512,5003,750,0006,250,000
40 ปี2019,5004,680,0005,320,000
45 ปี1531,5005,670,0004,330,000
อ่านตาราง: คนที่เริ่มออมตอนอายุ 25 ปี ลงเงินจริงแค่ 2.31 ล้าน แต่ได้ดอกเบี้ยทบต้น 7.69 ล้าน ขณะที่คนเริ่มตอน 45 ปี ลงเงินจริง 5.67 ล้าน ได้ดอกเบี้ยแค่ 4.33 ล้าน ยิ่งเริ่มเร็ว ดอกเบี้ยทบต้นยิ่งทำงานให้มาก

ผลตอบแทนที่ควรใช้ในการวางแผน

ประเภทการลงทุนผลตอบแทนเฉลี่ยต่อปี (ประมาณการ)ความเสี่ยง
เงินฝากออมทรัพย์0.25-0.50%ต่ำมาก
เงินฝากประจำ1.50-2.50%ต่ำ
กองทุนตราสารหนี้2.00-3.50%ต่ำ-ปานกลาง
กองทุนผสม4.00-6.00%ปานกลาง
กองทุนหุ้นไทย6.00-8.00%สูง
กองทุนหุ้นต่างประเทศ7.00-10.00%สูง

ตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยระยะยาว (10 ปีขึ้นไป) ไม่ได้การันตีผลตอบแทนในอนาคต สำหรับการวางแผนเกษียณ นักวิชาการแนะนำให้ใช้ผลตอบแทนที่แท้จริง (หลังหักเงินเฟ้อ) ประมาณ 4-5% ต่อปี จะปลอดภัยกว่า

ผลกระทบของเงินเฟ้อ

เงินเฟ้อเฉลี่ยในไทยช่วง 10 ปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 1.5-3% ต่อปี แม้ดูน้อย แต่เมื่อสะสมยาว 20-30 ปี ผลกระทบมหาศาล

ค่าใช้จ่ายวันนี้ (บาท/เดือน)ในอีก 10 ปี (เงินเฟ้อ 3%)ในอีก 20 ปี (เงินเฟ้อ 3%)ในอีก 30 ปี (เงินเฟ้อ 3%)
20,00026,87836,12248,545
30,00040,31754,18372,818
40,00053,75772,24497,090

ค่าใช้จ่าย 30,000 บาทวันนี้ จะกลายเป็น 54,183 บาทในอีก 20 ปี ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ย 3% ต่อปี นี่คือเหตุผลที่ต้องลงทุนให้ผลตอบแทนชนะเงินเฟ้อ ไม่ใช่แค่ฝากออมทรัพย์

กลยุทธ์การวางแผนเกษียณ 4 ข้อ

  1. เริ่มเร็วที่สุดที่ทำได้ - แม้เพียงเดือนละ 3,000 บาท ดอกเบี้ยทบต้นจะทำงานให้เอง
  2. เพิ่มเงินออมทุกครั้งที่ขึ้นเงินเดือน - ถ้าเงินเดือนเพิ่ม 5% ให้แบ่งอย่างน้อยครึ่งหนึ่งไปออมเพิ่ม
  3. กระจายการลงทุน - อย่าเก็บเงินเกษียณไว้ในบัญชีออมทรัพย์อย่างเดียว ผลตอบแทน 0.5% สู้เงินเฟ้อ 3% ไม่ได้
  4. ทบทวนแผนทุกปี - ดูว่าเงินออมเป็นไปตามเป้าหรือไม่ ปรับตามรายได้และสถานการณ์

สรุป

ไม่มีใครบอกได้ว่าเงินเท่าไรถึงพอสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับค่าใช้จ่าย ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ และแหล่งเงินอื่น ๆ แต่สิ่งที่ทุกคนทำได้คือเริ่มคำนวณ เริ่มออม และทบทวนแผนเป็นประจำ ยิ่งเริ่มเร็ว ภาระรายเดือนยิ่งเบา

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นและเป็นแนวทางทั่วไป กฎเกณฑ์และอัตราต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนตัดสินใจ