ภาษี

คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 2568 - อัตราขั้นบันได หักค่าใช้จ่าย ลดหย่อน พร้อมตัวอย่าง

ทีมงาน MoneyTool 4u
อัปเดตเมื่อ: 2026-01-15

วิธีคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี 2568 ตั้งแต่ต้นจนจบ ตั้งแต่แยกหมวดเงินได้ 40(1) ถึง 40(8) หักค่าใช้จ่าย ลดหย่อน คำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได 0-35% พร้อมตัวอย่างจริง 3 ระดับรายได้

ภาพรวมการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาคำนวณจากเงินได้สุทธิ ไม่ใช่เงินเดือนหรือรายได้รวมทั้งหมด ขั้นตอนหลักมี 4 ขั้น

  1. รวมเงินได้พึงประเมินทั้งปี (ก่อนหัก)
  2. หักค่าใช้จ่ายตามหมวดเงินได้ที่กรมสรรพากรกำหนด
  3. หักค่าลดหย่อนส่วนตัว ครอบครัว ประกัน กองทุน ฯลฯ
  4. นำเงินได้สุทธิที่เหลือไปคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได

สูตรสรุปสั้น ๆ คือ

เงินได้สุทธิ = เงินได้พึงประเมิน - ค่าใช้จ่าย - ค่าลดหย่อน

จากนั้นนำเงินได้สุทธินี้ไปเทียบกับตารางอัตราขั้นบันไดเพื่อหาภาษีที่ต้องจ่าย

อัตราภาษีขั้นบันได ปีภาษี 2568

กรมสรรพากรกำหนดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้า (Progressive Tax) แบ่งเป็น 8 ขั้น ดังนี้

เงินได้สุทธิ (บาท/ปี)อัตราภาษีภาษีสูงสุดในขั้นนี้ (บาท)ภาษีสะสม (บาท)
0 - 150,000ยกเว้น00
150,001 - 300,0005%7,5007,500
300,001 - 500,00010%20,00027,500
500,001 - 750,00015%37,50065,000
750,001 - 1,000,00020%50,000115,000
1,000,001 - 2,000,00025%250,000365,000
2,000,001 - 5,000,00030%900,0001,265,000
5,000,001 ขึ้นไป35%ไม่จำกัด-
สิ่งที่ต้องรู้: ภาษีขั้นบันไดคือการแบ่งรายได้ออกเป็นช่วง ๆ แล้วคิดภาษีแต่ละช่วงแยกกัน ไม่ใช่เอาอัตราสูงสุดไปคูณรายได้ทั้งก้อน ดังนั้นถ้ารายได้สุทธิอยู่ที่ 500,001 บาท ไม่ได้หมายความว่าต้องจ่ายภาษี 15% ของ 500,001 บาท แต่จ่ายรวมแค่ 27,501 บาท

หมวดเงินได้พึงประเมิน 40(1) ถึง 40(8)

กรมสรรพากรแบ่งเงินได้เป็น 8 ประเภท แต่ละประเภทมีวิธีหักค่าใช้จ่ายต่างกัน

40(1) เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส

เงินได้จากการจ้างงานประจำ รวมถึงเงินเดือน ค่าล่วงเวลา โบนัส คอมมิชชัน

หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท

40(2) ค่าจ้างทำของ รับเหมา ค่านายหน้า

เงินได้จากการรับจ้างที่ไม่ใช่การจ้างงานประจำ เช่น ค่านายหน้า ค่าที่ปรึกษา ค่าวิทยากร

หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 100,000 บาท (รวมกับ 40(1) ต้องไม่เกิน 100,000 บาท)

40(3) ค่าลิขสิทธิ์ ค่าสิทธิ Goodwill

เลือกได้ 2 แบบ คือหักเหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท หรือหักตามจริง

40(4) ดอกเบี้ย เงินปันผล กำไรจากการขายหลักทรัพย์

หักค่าใช้จ่ายไม่ได้ แต่สามารถเลือกหักภาษี ณ ที่จ่ายแบบ Final Tax และไม่นำมารวมคำนวณ

เงินปันผล: ถูกหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% แล้ว ผู้เสียภาษีเลือกได้ว่าจะนำมารวมคำนวณภาษีปลายปีหรือไม่ ถ้าอัตราภาษีสุดท้ายต่ำกว่า 10% การนำมารวมแล้วขอคืนจะคุ้มกว่า

40(5) ค่าเช่าทรัพย์สิน

หักค่าใช้จ่ายเหมาตามประเภททรัพย์สิน

ประเภททรัพย์สินอัตราหักเหมา
บ้าน อาคาร สิ่งปลูกสร้าง ท่าเรือ30%
ที่ดินที่ใช้ในเกษตรกรรม20%
ที่ดินที่ไม่ใช้ในเกษตรกรรม15%
ยานพาหนะ30%
ทรัพย์สินอื่น10%

40(6) วิชาชีพอิสระ

ได้แก่ การประกอบโรคศิลปะ (แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร พยาบาล), กฎหมาย (ทนายความ), วิศวกรรม, สถาปัตยกรรม, บัญชี, ประณีตศิลปกรรม

หักเหมา 30% สำหรับการประกอบโรคศิลปะ และ 30% สำหรับวิชาชีพอิสระอื่น ๆ หรือเลือกหักตามจริง

40(7) ค่ารับเหมาที่ผู้รับเหมาจัดหาสัมภาระเอง

หักเหมา 60% หรือหักตามจริง

40(8) เงินได้อื่น ๆ ที่ไม่เข้าหมวด 40(1) ถึง 40(7)

เช่น รายได้จากการค้าขาย ธุรกิจ พาณิชย์ เกษตรกรรม อุตสาหกรรม ขนส่ง อัตราหักเหมาแตกต่างกันตามประเภทกิจกรรม ตั้งแต่ 40% ถึง 60%

ค่าลดหย่อนที่สำคัญ ปีภาษี 2568

หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ยังหักค่าลดหย่อนได้อีก สรุปรายการหลัก ๆ ดังนี้

รายการวงเงินสูงสุด (บาท)เงื่อนไขสำคัญ
ลดหย่อนส่วนตัว60,000ทุกคนที่มีเงินได้
คู่สมรส60,000คู่สมรสไม่มีเงินได้
บุตร (คนที่ 1)30,000 / คนอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือกำลังศึกษา
บุตร (คนที่ 2 เกิดหลัง พ.ศ. 2561)60,000 / คนส่งเสริมการมีบุตร
บิดามารดา30,000 / คนอายุ 60+ รายได้ไม่เกิน 30,000/ปี
ผู้พิการ/ทุพพลภาพ60,000 / คนต้องมีบัตรประจำตัวคนพิการ
ประกันสังคม9,000ตามที่จ่ายจริง
เบี้ยประกันชีวิต100,000กรมธรรม์ 10 ปีขึ้นไป
เบี้ยประกันสุขภาพ25,000รวมกับประกันชีวิตไม่เกิน 100,000
กองทุน SSF200,00030% ของเงินได้ ถือ 10 ปีขึ้นไป
กองทุน RMF500,00030% ของเงินได้ รวม PVD ไม่เกิน 500,000
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD)500,000รวมกับ RMF ไม่เกิน 500,000
ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน100,000ตามที่จ่ายจริง
เงินบริจาคทั่วไป10% ของเงินได้หลังหักค่าลดหย่อนต้องมีใบเสร็จ
เงินบริจาคเพื่อการศึกษา/กีฬา/โรงพยาบาลรัฐหักได้ 2 เท่า ไม่เกิน 10% ของเงินได้ต้องบริจาคผ่าน e-Donation

ตัวอย่างที่ 1 - เงินเดือน 25,000 บาท (โสด ไม่มีค่าลดหย่อนอื่น)

รายการจำนวน (บาท)
เงินเดือนทั้งปี (25,000 x 12)300,000
หักค่าใช้จ่าย 40(1) เหมา 50% ไม่เกิน 100,000-100,000
หักลดหย่อนส่วนตัว-60,000
หักประกันสังคม (750 x 12)-9,000
เงินได้สุทธิ131,000

เงินได้สุทธิ 131,000 บาท ต่ำกว่า 150,000 บาท จึงได้รับยกเว้นภาษีทั้งหมด

ภาษีที่ต้องจ่าย = 0 บาท

ตัวอย่างที่ 2 - เงินเดือน 50,000 บาท (โสด มีประกันชีวิต)

รายการจำนวน (บาท)
เงินเดือนทั้งปี (50,000 x 12)600,000
หักค่าใช้จ่าย 40(1)-100,000
หักลดหย่อนส่วนตัว-60,000
หักประกันสังคม (750 x 12)-9,000
หักเบี้ยประกันชีวิต-25,000
เงินได้สุทธิ406,000

คำนวณภาษีตามขั้นบันได

ขั้นเงินได้ (บาท)อัตราภาษี (บาท)
0 - 150,000ยกเว้น0
150,001 - 300,0005%7,500
300,001 - 406,00010%10,600
ภาษีที่ต้องจ่ายรวม18,100

อัตราภาษีที่แท้จริง (Effective Tax Rate) = 18,100 / 600,000 = 3.02%

เทียบเป็นรายเดือน จ่ายภาษีประมาณ 1,508 บาท/เดือน

ตัวอย่างที่ 3 - เงินเดือน 100,000 บาท (แต่งงาน มีลูก 1 คน มี PVD)

รายการจำนวน (บาท)
เงินเดือนทั้งปี (100,000 x 12)1,200,000
หักค่าใช้จ่าย 40(1)-100,000
หักลดหย่อนส่วนตัว-60,000
หักลดหย่อนคู่สมรส (ไม่มีเงินได้)-60,000
หักลดหย่อนบุตร 1 คน-30,000
หักประกันสังคม-9,000
หักเบี้ยประกันชีวิต-50,000
หักเบี้ยประกันสุขภาพ-15,000
หักกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ PVD (5% ของเงินเดือน)-60,000
หักดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน-80,000
เงินได้สุทธิ736,000

คำนวณภาษีตามขั้นบันได

ขั้นเงินได้ (บาท)อัตราภาษี (บาท)
0 - 150,000ยกเว้น0
150,001 - 300,0005%7,500
300,001 - 500,00010%20,000
500,001 - 736,00015%35,400
ภาษีที่ต้องจ่ายรวม62,900

อัตราภาษีที่แท้จริง = 62,900 / 1,200,000 = 5.24%

ถ้าไม่มีค่าลดหย่อนใด ๆ เลย (นอกจากส่วนตัวและค่าใช้จ่าย) เงินได้สุทธิจะเป็น 1,040,000 บาท ภาษี 125,000 บาท ค่าลดหย่อนช่วยประหยัดภาษีไปได้ 62,100 บาท

หักค่าใช้จ่ายเหมา vs ตามจริง - เลือกอย่างไร

เงินได้หมวด 40(5) ถึง 40(8) สามารถเลือกหักค่าใช้จ่ายได้ 2 วิธี

หักเหมา

  • สะดวก ไม่ต้องเก็บหลักฐาน
  • กรมสรรพากรกำหนดอัตราไว้ตายตัวตามประเภท
  • เหมาะกับธุรกิจที่มีต้นทุนต่ำ เช่น ที่ปรึกษา ฟรีแลนซ์

หักตามจริง

  • ต้องเก็บหลักฐานค่าใช้จ่ายทุกรายการ
  • ต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย
  • เหมาะกับธุรกิจที่มีต้นทุนสูงกว่าอัตราเหมา เช่น ร้านอาหาร ค้าส่ง
วิธีตัดสินใจ: ถ้าค่าใช้จ่ายจริงมากกว่าอัตราเหมา ให้เลือกหักตามจริง แต่ต้องมีหลักฐานครบถ้วนเพื่อรองรับกรณีสรรพากรตรวจสอบ ถ้าไม่แน่ใจ การหักเหมาปลอดภัยกว่า

เงินได้หลายหมวดรวมกัน คำนวณอย่างไร

ถ้ามีรายได้หลายหมวดในปีเดียวกัน ให้แยกคำนวณค่าใช้จ่ายแต่ละหมวด แล้วนำเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดมารวมกัน จากนั้นหักค่าลดหย่อนแล้วคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันได

ตัวอย่าง: มีเงินเดือน 40(1) ปีละ 600,000 บาท และรายได้ค่าเช่าอาคาร 40(5) ปีละ 240,000 บาท

หมวดเงินได้เงินได้ (บาท)หักค่าใช้จ่ายคงเหลือ (บาท)
40(1) เงินเดือน600,00050% ไม่เกิน 100,000500,000
40(5) ค่าเช่าอาคาร240,000เหมา 30%168,000
รวมเงินได้หลังหักค่าใช้จ่าย668,000

จากนั้นนำ 668,000 บาท ไปหักค่าลดหย่อนและคำนวณภาษีตามขั้นบันไดตามปกติ

กำหนดยื่นภาษี

  • ภาษีปีภาษี 2568 ยื่นแบบ ภ.ง.ด. 90 หรือ 91 ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569
  • ยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) ผ่าน rd.go.th ขยายเวลาถึง 8 เมษายน 2569
  • กรณีมีรายได้จากเงินเดือนอย่างเดียว ใช้แบบ ภ.ง.ด. 91
  • กรณีมีรายได้หลายประเภท ใช้แบบ ภ.ง.ด. 90

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • เอาเงินเดือนรวมทั้งปีไปคูณอัตราภาษีสูงสุดเลย ทำให้คิดว่าจ่ายภาษีเยอะกว่าจริง
  • ลืมหักค่าใช้จ่ายก่อนหักค่าลดหย่อน
  • นำเงินปันผลที่ถูกหักภาษี 10% แล้ว มารวมคำนวณอีกรอบ ทั้งที่อัตราจริงสูงกว่า 10%
  • หักค่าลดหย่อน RMF กับ PVD รวมกันเกิน 500,000 บาท
  • หักค่าลดหย่อนประกันชีวิตกับประกันสุขภาพรวมกันเกิน 100,000 บาท

สรุป

การคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ซับซ้อนอย่างที่คิด เริ่มจากรวมเงินได้ หักค่าใช้จ่าย หักค่าลดหย่อน แล้วเอาเงินได้สุทธิไปเทียบตารางขั้นบันได ยิ่งวางแผนลดหย่อนภาษีดี ยิ่งประหยัดได้มาก ข้อมูลในบทความนี้อ้างอิงจากประมวลรัษฎากรและประกาศกรมสรรพากร ควรตรวจสอบกับ rd.go.th เสมอก่อนยื่นแบบ

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นและเป็นแนวทางทั่วไป กฎเกณฑ์และอัตราต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนตัดสินใจ