สินเชื่อบ้าน

รีเทนชัน (Retention) vs รีไฟแนนซ์ (Refinance) เลือกแบบไหนดีเมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี?

ทีมงาน MoneyTool 4u
อัปเดตเมื่อ: 2026-07-18

เมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี ดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้นเป็นอัตราลอยตัว การขอลดดอกเบี้ยกับแบงก์เดิม (รีเทนชัน) หรือย้ายแบงก์ใหม่ (รีไฟแนนซ์) เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด มาดูข้อดี-ข้อเสีย พร้อมวิธีเปรียบเทียบว่าแบบไหนคุ้มค่าที่สุด

รีเทนชัน (Retention) คืออะไร?

การทำ รีเทนชัน (Retention) คือ การเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกับ "ธนาคารเดิม" ที่เรากำลังผ่อนชำระอยู่ มักจะทำได้เมื่อผ่อนชำระครบกำหนดโปรโมชั่น 3 ปี หรือ 5 ปีแรก (แล้วแต่เงื่อนไขในสัญญา)

ข้อดีของการทำรีเทนชัน (Retention)

  • ทำได้ง่ายและรวดเร็ว: ใช้เอกสารน้อยมาก (บางที่ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียว) อนุมัติไว ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมเอกสารการเงินใหม่
  • ค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามาก: มักจะเสียแค่ค่าธรรมเนียมการประเมินราคาหลักทรัพย์ใหม่ หรือค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร) บางครั้งอาจฟรีทั้งหมด!
  • ไม่ต้องจดจำนองใหม่: ประหยัดค่าธรรมเนียมจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ที่กรมที่ดิน

ข้อควรระวัง

  • อัตราดอกเบี้ยที่ได้มักจะ "สูงกว่า" ดอกเบี้ยโปรโมชั่นของธนาคารใหม่ (รีไฟแนนซ์) เล็กน้อย

รีไฟแนนซ์ (Refinance) คืออะไร?

การทำ รีไฟแนนซ์ (Refinance) คือ การไปขอกู้สินเชื่อบ้านกับ "ธนาคารใหม่" เพื่อนำเงินมาปิดยอดหนี้กับธนาคารเดิม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ได้ "อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิมมาก"

ข้อดีของการทำรีไฟแนนซ์ (Refinance)

  • ได้ดอกเบี้ยที่ถูกที่สุด: มักจะได้โปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าใหม่ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำมาก ช่วยลดค่างวด หรือทำให้ตัดเงินต้นได้มากขึ้น
  • มีโปรโมชั่นเสริม: หลายธนาคารออกโปรโมชั่น ฟรีค่าประเมิน, ฟรีค่าจดจำนอง (มีเงื่อนไข), หรือ ฟรีอากรแสตมป์ เพื่อดึงลูกค้า
  • สามารถขอกู้เพิ่มได้: หากหลักทรัพย์ราคาประเมินสูงขึ้น สามารถขอกู้ส่วนต่าง (Top-up) เพื่อนำไปใช้จ่ายหรือตกแต่งบ้านได้

ข้อควรระวัง

  • ค่าใช้จ่ายแฝงเยอะ: ต้องเตรียมเงินสำหรับ ค่าประเมิน, ค่าจดจำนอง (1%), ค่าอากรแสตมป์ (0.05%), และอาจมีเบี้ยประกัน MRTA ใหม่
  • ใช้เวลานานและยุ่งยาก: ต้องเตรียมเอกสารเหมือนตอนกู้ซื้อบ้านใหม่ทั้งหมด ต้องมีการประเมินบ้าน และต้องไปทำเรื่องที่กรมที่ดิน

เปรียบเทียบแบบไหนคุ้มกว่ากัน?

หัวข้อเปรียบเทียบ รีเทนชัน (Retention) รีไฟแนนซ์ (Refinance)
ระยะเวลาดำเนินการ 7 - 14 วัน (ไวมาก) 1 - 2 เดือน
ความยุ่งยากของเอกสาร น้อยมาก (บางทีไม่ต้องใช้) มาก (เหมือนกู้ใหม่)
ค่าจดจำนอง (1%) ไม่ต้องเสีย ต้องเสีย (ยกเว้นมีโปรโมชั่นฟรี)
อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี มักจะลดลงปานกลาง มักจะลดลงมาก (ถูกที่สุด)

สรุป: ควรเลือกแบบไหน?

คำตอบขึ้นอยู่กับ "ส่วนต่างของดอกเบี้ย" และ "ค่าใช้จ่ายในการย้ายแบงก์" เป็นหลัก หากคุณคำนวณแล้วพบว่า ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์ (ธนาคารใหม่) มีมูลค่า "มากกว่า" ค่าจดจำนองและค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมกันอย่างชัดเจน คุณควรเลือกรีไฟแนนซ์!

แต่ถ้าดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ แทบจะไม่ต่างจากค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือคุณไม่มีเวลาเดินเรื่องเอกสาร การเลือกรีเทนชันกับธนาคารเดิมก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในแง่ของเวลาและความสะดวกสบาย

💡 คำแนะนำ: ใช้เครื่องมือ "เปรียบเทียบ Retention / Refinance" ของเรา เพื่อนำตัวเลขจริงจากข้อเสนอของแบงก์เดิม และ แบงก์ใหม่ มากรอกเพื่อดู "ค่าใช้จ่ายรวมสุทธิ 3 ปี" ระบบจะฟันธงให้คุณทันทีว่าแบบไหนประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้มากกว่ากัน!

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นและเป็นแนวทางทั่วไป กฎเกณฑ์และอัตราต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนตัดสินใจ