รีเทนชัน (Retention) vs รีไฟแนนซ์ (Refinance) เลือกแบบไหนดีเมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี?
เมื่อผ่อนบ้านครบ 3 ปี ดอกเบี้ยจะถูกปรับขึ้นเป็นอัตราลอยตัว การขอลดดอกเบี้ยกับแบงก์เดิม (รีเทนชัน) หรือย้ายแบงก์ใหม่ (รีไฟแนนซ์) เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด มาดูข้อดี-ข้อเสีย พร้อมวิธีเปรียบเทียบว่าแบบไหนคุ้มค่าที่สุด
รีเทนชัน (Retention) คืออะไร?
การทำ รีเทนชัน (Retention) คือ การเจรจาต่อรองขอลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านกับ "ธนาคารเดิม" ที่เรากำลังผ่อนชำระอยู่ มักจะทำได้เมื่อผ่อนชำระครบกำหนดโปรโมชั่น 3 ปี หรือ 5 ปีแรก (แล้วแต่เงื่อนไขในสัญญา)
ข้อดีของการทำรีเทนชัน (Retention)
- ทำได้ง่ายและรวดเร็ว: ใช้เอกสารน้อยมาก (บางที่ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียว) อนุมัติไว ไม่ต้องเสียเวลาเตรียมเอกสารการเงินใหม่
- ค่าใช้จ่ายน้อยกว่ามาก: มักจะเสียแค่ค่าธรรมเนียมการประเมินราคาหลักทรัพย์ใหม่ หรือค่าธรรมเนียมจัดการสินเชื่อเล็กน้อย (ขึ้นอยู่กับแต่ละธนาคาร) บางครั้งอาจฟรีทั้งหมด!
- ไม่ต้องจดจำนองใหม่: ประหยัดค่าธรรมเนียมจดจำนอง 1% ของวงเงินกู้ที่กรมที่ดิน
ข้อควรระวัง
- อัตราดอกเบี้ยที่ได้มักจะ "สูงกว่า" ดอกเบี้ยโปรโมชั่นของธนาคารใหม่ (รีไฟแนนซ์) เล็กน้อย
รีไฟแนนซ์ (Refinance) คืออะไร?
การทำ รีไฟแนนซ์ (Refinance) คือ การไปขอกู้สินเชื่อบ้านกับ "ธนาคารใหม่" เพื่อนำเงินมาปิดยอดหนี้กับธนาคารเดิม โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อให้ได้ "อัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงกว่าเดิมมาก"
ข้อดีของการทำรีไฟแนนซ์ (Refinance)
- ได้ดอกเบี้ยที่ถูกที่สุด: มักจะได้โปรโมชั่นดึงดูดลูกค้าใหม่ ซึ่งมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีแรกต่ำมาก ช่วยลดค่างวด หรือทำให้ตัดเงินต้นได้มากขึ้น
- มีโปรโมชั่นเสริม: หลายธนาคารออกโปรโมชั่น ฟรีค่าประเมิน, ฟรีค่าจดจำนอง (มีเงื่อนไข), หรือ ฟรีอากรแสตมป์ เพื่อดึงลูกค้า
- สามารถขอกู้เพิ่มได้: หากหลักทรัพย์ราคาประเมินสูงขึ้น สามารถขอกู้ส่วนต่าง (Top-up) เพื่อนำไปใช้จ่ายหรือตกแต่งบ้านได้
ข้อควรระวัง
- ค่าใช้จ่ายแฝงเยอะ: ต้องเตรียมเงินสำหรับ ค่าประเมิน, ค่าจดจำนอง (1%), ค่าอากรแสตมป์ (0.05%), และอาจมีเบี้ยประกัน MRTA ใหม่
- ใช้เวลานานและยุ่งยาก: ต้องเตรียมเอกสารเหมือนตอนกู้ซื้อบ้านใหม่ทั้งหมด ต้องมีการประเมินบ้าน และต้องไปทำเรื่องที่กรมที่ดิน
เปรียบเทียบแบบไหนคุ้มกว่ากัน?
| หัวข้อเปรียบเทียบ | รีเทนชัน (Retention) | รีไฟแนนซ์ (Refinance) |
|---|---|---|
| ระยะเวลาดำเนินการ | 7 - 14 วัน (ไวมาก) | 1 - 2 เดือน |
| ความยุ่งยากของเอกสาร | น้อยมาก (บางทีไม่ต้องใช้) | มาก (เหมือนกู้ใหม่) |
| ค่าจดจำนอง (1%) | ไม่ต้องเสีย | ต้องเสีย (ยกเว้นมีโปรโมชั่นฟรี) |
| อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี | มักจะลดลงปานกลาง | มักจะลดลงมาก (ถูกที่สุด) |
สรุป: ควรเลือกแบบไหน?
คำตอบขึ้นอยู่กับ "ส่วนต่างของดอกเบี้ย" และ "ค่าใช้จ่ายในการย้ายแบงก์" เป็นหลัก หากคุณคำนวณแล้วพบว่า ดอกเบี้ยที่ประหยัดได้จากการรีไฟแนนซ์ (ธนาคารใหม่) มีมูลค่า "มากกว่า" ค่าจดจำนองและค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมกันอย่างชัดเจน คุณควรเลือกรีไฟแนนซ์!
แต่ถ้าดอกเบี้ยที่ประหยัดได้ แทบจะไม่ต่างจากค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายเพิ่ม หรือคุณไม่มีเวลาเดินเรื่องเอกสาร การเลือกรีเทนชันกับธนาคารเดิมก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าในแง่ของเวลาและความสะดวกสบาย
💡 คำแนะนำ: ใช้เครื่องมือ "เปรียบเทียบ Retention / Refinance" ของเรา เพื่อนำตัวเลขจริงจากข้อเสนอของแบงก์เดิม และ แบงก์ใหม่ มากรอกเพื่อดู "ค่าใช้จ่ายรวมสุทธิ 3 ปี" ระบบจะฟันธงให้คุณทันทีว่าแบบไหนประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณได้มากกว่ากัน!
บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นและเป็นแนวทางทั่วไป กฎเกณฑ์และอัตราต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนตัดสินใจ