สินเชื่อบ้าน

เงินเดือนเท่านี้ กู้ซื้อบ้านได้ราคาเท่าไหร่? (พร้อมตารางประเมินวงเงินกู้)

ทีมงาน MoneyTool 4u
อัปเดตเมื่อ: 2026-07-17

คู่มือประเมินความสามารถในการกู้ซื้อบ้านจากฐานเงินเดือน พร้อมตารางสรุปเรทเงินเดือนกับราคาบ้านที่สามารถกู้ผ่านได้ และค่าใช้จ่ายแฝงที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนตัดสินใจซื้อ

อินโฟกราฟิก ประเมินวงเงินกู้ซื้อบ้านตามฐานเงินเดือน

เงินเดือนเท่านี้ ผ่อนบ้านได้เดือนละเท่าไหร่?

ก่อนจะไปดูราคาบ้าน สิ่งแรกที่ธนาคารใช้พิจารณาคือ ความสามารถในการผ่อนชำระ (Debt Service Ratio - DSR) ซึ่งโดยทั่วไปธนาคารจะกำหนดให้ผู้กู้มีภาระหนี้รวมทั้งหมดไม่เกิน 40% - 50% ของรายได้

ตัวอย่างเช่น หากคุณมีเงินเดือน 30,000 บาท แบงก์จะมองว่าคุณสามารถรับภาระผ่อนหนี้ได้สูงสุดประมาณ 12,000 บาท/เดือน (คิดที่ 40%)

กฎเหล็ก: กู้ 1 ล้าน ผ่อน 7,000 บาท

เพื่อการคำนวณอย่างง่ายในยุคปัจจุบัน (ที่ดอกเบี้ยบ้านเฉลี่ย 3-4% ต่อปี และผ่อนนาน 30 ปี) เรามักจะใช้สูตร กู้ 1 ล้านบาท ต้องผ่อนประมาณ 7,000 บาทต่อเดือน

ตารางประเมินราคาบ้านตามเรทเงินเดือน (ไม่มีหนี้สินอื่น)

เงินเดือนของคุณ (บาท) ยอดผ่อนสูงสุดประเมิน (บาท/เดือน) ความสามารถในการซื้อบ้าน (ประมาณ)
15,000 - 20,000 7,500 - 10,000 ~1.5 - 2.2 ล้านบาท
25,000 - 30,000 12,500 - 15,000 ~2.5 - 3.3 ล้านบาท
35,000 - 40,000 17,500 - 20,000 ~3.5 - 4.4 ล้านบาท
50,000 - 60,000 25,000 - 30,000 ~5.0 - 6.6 ล้านบาท
75,000 - 100,000+ 37,500 - 50,000+ ~7.5 - 11+ ล้านบาท
หมายเหตุ: ตัวเลขนี้เป็นการประเมินเบื้องต้นภายใต้เงื่อนไขที่คุณ ไม่มีหนี้สินอื่นเลย (ไม่มีผ่อนรถ, ไม่มีหนี้บัตรเครดิต) หากมีหนี้สินอื่น ต้องนำยอดผ่อนต่อเดือนของหนี้นั้นๆ มาหักลบออกจาก "ยอดผ่อนที่รับได้" ก่อน

ตัวแปรที่ทำให้กู้ได้มากหรือน้อยลง

  • หนี้สินเดิม (สำคัญมาก): หากคุณเงินเดือน 30,000 (ผ่อนบ้านได้ 12,000) แต่กำลังผ่อนรถอยู่เดือนละ 7,000 บาท คุณจะเหลือวงเงินให้ผ่อนบ้านได้แค่ 5,000 บาท ซึ่งทำให้กู้บ้านได้เพียงประมาณ 7 แสนบาทเท่านั้น!
  • อายุผู้กู้: ระยะเวลาผ่อนสูดสุดส่วนใหญ่คือ 30-40 ปี แต่รวมอายุผู้กู้แล้วต้องไม่เกิน 65-70 ปี (ตามเงื่อนไขแต่ละธนาคาร) หากอายุมาก ระยะเวลาผ่อนจะสั้นลง ทำให้ยอดผ่อนต่อเดือนสูงขึ้น วงเงินกู้ที่ได้จึงลดลง
  • ผู้กู้ร่วม: การกู้ร่วมคือการนำรายได้ของอีกคนมารวมคำนวณ ทำให้ได้วงเงินกู้สูงขึ้น (แต่ก็ต้องนำภาระหนี้ของผู้กู้ร่วมมารวมคำนวณด้วยเช่นกัน)

อย่าลืม "ค่าใช้จ่ายแฝง" (Hidden Costs) ในการซื้อบ้าน

ถึงแม้ธนาคารจะอนุมัติวงเงินกู้เต็มจำนวน แต่การมีบ้านหนึ่งหลังยังมีค่าใช้จ่ายเงินสดที่ต้องเตรียมไว้อีกประมาณ 10% - 20% ของราคาบ้าน ได้แก่:

  1. เงินดาวน์: ปัจจุบันธนาคารมักปล่อยกู้ที่ 90% - 100% ขึ้นอยู่กับประวัติเครดิตและนโยบาย LTV (Loan-to-Value) หากธนาคารให้แค่ 90% คุณต้องหาเงินก้อนมาจ่ายส่วนต่างเอง
  2. ค่าจดจำนองและค่าธรรมเนียมการโอน: ปกติอยู่ที่ 1% - 2% ของราคาประเมิน (อาจมีมาตรการรัฐลดหย่อนในบางช่วง)
  3. ค่าส่วนกลางล่วงหน้า: โครงการหมู่บ้านมักเรียกเก็บค่าส่วนกลางล่วงหน้า 1-3 ปีในวันโอน
  4. ค่าตกแต่งและเครื่องใช้ไฟฟ้า: มักเป็นเงินก้อนใหญ่ที่หลายคนลืมคำนวณ เช่น แอร์ ผ้าม่าน เฟอร์นิเจอร์ หรือการต่อเติมครัว

บทสรุป

การซื้อบ้านไม่ใช่แค่การดูว่ากู้ผ่านหรือไม่ แต่ต้องดูว่า "ผ่อนไหวและยังมีเงินเหลือใช้ชีวิตหรือไม่" ด้วย การใช้เครื่องมือ คำนวณวงเงินกู้สูงสุด จะช่วยให้คุณเห็นตัวเลขที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยพิจารณาร่วมกับหนี้สินปัจจุบันของคุณ

บทความนี้เป็นข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นและเป็นแนวทางทั่วไป กฎเกณฑ์และอัตราต่างๆ อาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา ควรตรวจสอบกับสถาบันการเงินหรือผู้เชี่ยวชาญโดยตรงก่อนตัดสินใจ